7

ในปัจจุบันสิ่งแวดล้อมที่เป็นธรรมชาติ ทั้งภายในประเทศและในท้องถิ่นมีแนวโน้ม ถูกทำลายเพิ่ม มากขึ้น ในขณะเดียวกัน สิ่งแวดล้อมทางวัฒนธรรม (ที่มนุษย์สร้างขึ้น) กลับเพิ่มมาแทนมากขึ้นเป็นลำดับ ทั้งนี้เนื่องจาก ในปัจจุบันจำนวนประชากรมนุษย์เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว มีการประดิษฐ์และพัฒนาเทคโนโลยี มาใช้อำนวยประโยชน์ต่อมนุษย์ เพิ่มมากขึ้น ผลจากการทำลายสิ่งแวดล้อม ทางธรรมชาติ ส่งผลกระทบต่อ มนุษย์หลายประการ เช่น ปัญหาการแปรปรวนของภูมิอากาศโลกการร่อยหรอ ของทรัพยากรธรรม ชาติภัยพิบัติมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้น มลพิษสิ่งแวดล้อมขยายขอบเขต กว้างขวางมากขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรง ต่อการดำรงอยู่และการมีคุณภาพชีวิตที่ดีของมนุษย์

ปัจจัยที่ส่งผลต่อปัญหาคุณภาพอากาศภายในอาคารสำนักงาน อาคารราชการทั่วไป พบว่ามักได้รับการออกแบบเป็นแบบปิดทึบจัดมีระบบปรับอากาศ และโดยส่วนใหญ่พบว่ามีการนำอากาศจากด้านนอกเข้ามาในอาคารเล็กน้อยเพื่อลดค่าใช้จ่ายเรื่องระบบปรับอากาศ ทำให้อากาศที่หมุนเวียนอยู่ในอาคารเป็นอากาศเดิม จะทำให้สถานที่ทำงานกลายเป็นแหล่งสะสมของสารเคมี ฝุ่น กลิ่นเชื้อโรคทำให้รู้สึกไม่สบาย และเป็นสาเหตุของโรคติดต่อซึ่งเป็นภัยเงียบบั่นทอนประสิทธิภาพการทำงาน และสุขภาพอนามัยของคนทำงานได้

การเจ็บป่วยด้วยโรคที่เกิดจากการทำงานในอาคารมักมีอาการไม่รุนแรง แต่มีผลทำให้เกิดอาการทางกายและส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน โดยกลุ่มอาการเจ็บป่วยมี 2 ลักษณะ กลุ่มแรกเรียกว่า อาการเจ็บป่วยจากอาคาร เป็นอาการที่เกิดขึ้นเมื่อเข้าไปอยู่ในอาคารและจะหายไปเมื่อออกจากอาคาร ไม่สามารถระบุสาเหตุการเจ็บป่วยได้ชัดเจน เช่น อาการระคายเคืองตา ตาแสบ ตาแห้ง น้ำตาไหล ตาแดง อาการคัดจมูก ระคายเคืองในจมูก ฯลฯ กลุ่มที่สอง เรียกว่า การเจ็บป่วยจากอาคาร สามารถระบุสาเหตุได้ชัดเจนที่เป็นผลมาจากอากาศในอาคารปนเปื้อนมลพิษ เช่นโรคปอดอักเสบจากลิจิโอเนลล่า การเจ็บป่วยนี้จะไม่หายไป แม้ออกจากอาคารไปแล้วก็ตาม

นอกจากนี้สำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร ได้ดำเนินการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศในอาคารสาธารณะอื่นอย่างต่อเนื่องโดยให้ความร่วมมือในการตรวจสอบอาคารสาธารณะต่าง ๆ ที่ประสบปัญหาคุณภาพในอาคาร และในปี พ.ศ.2551 ได้ศึกษาประเมินคุณภาพอากาศในอาคารสาธารณะประเภทโรงเรียนในสังกัดกรุงเทพมหานคร โรงภาพยนตร์ ห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้า และอาคารสูง ( อาคารสำนักงาน ) รวมจำนวน 132 แห่ง พบว่าอาคารสาธารณะมีปัญหาคุณภาพอากาศไม่เป็นไปตามค่าเสนอแนะด้านคุณภาพอากาศในอาคาร รวมทั้งบางแห่งในเชื้อรา หรือ เชื้อแบคทีเรียในอากาศเกินกว่าเกณฑ์ค่าเสนอแนะ

ปัจจุบันเราทราบดีแล้วว่า สิ่งแวดล้อมของโลกได้ถูกมนุษย์ทำลายลงเป็นอย่างมาก เช่น การ ตัดไม้ทำลายป่า การกระทำของมนุษย์ที่ก่อให้เกิดภาวะเรือนกระจก (green house effect) การใช้ สารเคมีในการปราบศัตรูพืชมากเกินไป ทำให้เกิดผลตามมา เช่น แมลงดื้อยา ดินเสื่อมสภาพ เหล่านี้เป็นต้น ซึ่งสภาพที่เปลี่ยนแปลงไปของสิ่งแวดล้อมดังกล่าว ย่อมส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิต ทุกชนิดบนโลก รวมทั้งมนุษย์ด้วยอย่างแน่นอน

ดังนั้น เราจึงหันมาให้ความสนใจในการที่จะดูแลรักาาสิ่งแวดล้อม ให้อยู่ในสภาพที่ดีอย่างยั่งยืน

การถนอม เป็นการรักษาทรัพยากรธรรมชาติทั้งปริมาณและคุณภาพให้มีอยู่นานที่สุด โดย พยายามใช้ทรัพยากรธรรมชาติให้มีประสิทธิภาพ เช่น การเลือกจับปลาที่มีขนาดโตมาใช้ ในการบริโภค ไม่จับปลาที่มีขนาดเล็กเกินไป เพื่อให้ปลาเหล่านั้นได้มีโอกาสโตขึ้นมา แทนปลาที่ถูกจับไปบริโภคแล้ว

การบูรณะซ่อมแซม เป็นการบุรณะซ่อมแซมทรัพยากรธรรมชาติที่เกิดความเสียหาย ให้ มีสภาพเหมือนเดิมหรือเกือบเท่าเดิม บางครั้งอาจเรียกว่าพัฒนาก็ได้ เช่น ป่าไม้ถูกทำลาย หมดไป ควรมีการปลูกป่าขึ้นมาทดแทน จะทำให้มีพื้นที่บริเวณนั้นกลับคืนเป็นป่าไม้อีก ครั้งหนึ่ง

การปรับปรุงและการใช้อย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การนำแร่โลหะประเภทต่างๆ มาถลุง แล้วนำไปสร้างเครื่องจักรกล เครื่องยนต์ หรืออุปกรณ์ต่างๆ ซึ่งจะให้ประโยชน์แก่มนุษย์เรา มากยิ่งขึ้น

ารนำมาใช้ใหม่ เป็นการนำทรัพยากรธรรมชาติที่ใช้แล้วมาใช้ใหม่ เช่น เศษเหล็ก สามารถนำกลับมาหลอม แล้วแปรสภาพสำหรับการใช้ประโยชน์ใหม่ได้

การใช้สิ่งอื่นทดแทน เป็นการนำเอาทรัพยากรอย่างอื่นที่มีมากกว่าหรือหาง่ายกว่า มาใช้ ทดแทนทรัพยากรธรรมชาติที่หายาก หรือกำลังขาดแคลน เช่น นำพลาสติกมาใช้แทน โลหะในบางส่วนของเครื่องจักรหรือยานพาหนะ

การสำรวจหาแหล่งทรัพยากรธรรมชาติเพิ่มเติม เพื่อเตรียมไว้ใช้ประโยชน์ในอนาคต เช่น การสำรวจแหล่งน้ำมันในอ่าวไทย ทำให้ค้นพบแหล่งก๊าซธรรมชาติเป็นจำนวนมาก สามารถนำมาใช้ประโยชน์ทั้งในระยะสั้นและในระยะยาว อีกทั้งช่วยลดปริมาณการนำเข้า ก๊าซธรรมชาติจากต่างประเทศ

การประดิษฐ์ของเทียมขึ้นมาใช้ เพื่อหลีกเลี่ยงหรือลดปริมาณในการใช้ทรัพยากรธรรม ชาติชนิดอื่นๆ ที่นิยมใช้กัน ของเทียมที่ผลิตขึ้นมา เช่น ยางเทียม ผ้าเทียม และผ้าไหม เทียม เป็นต้น

การเผยแพร่ความรู้ เป็นการเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจในเรื่องทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม เพื่อที่จะได้รับความร่วมมืออย่างเต็มที่ และรัฐควรมีบทบาทในการอนุรักษ์ ทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวดล้อม โดยการวางแผนจัดทรัพยากรธรรมชาติ และสิ่งแวด ล้อมอย่างรัดกุม

ารจัดตั้งสมาคม เป็นการจัดตั้งสมาคมหรือชมรมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และ สิ่งแวดล้อม

Tags :

เนื่องจากปัจจุบัน ปัญหาสิ่งแวดล้อมจากภาคอุตสาหกรรมนั้นส่งผลต่อองค์กรและชุมชนเป็นอย่างมาก ทำให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่องออกนโยบาย เพื่อป้องกันการทำลายสิ่งแวดล้อมจากโรงงานอุตสาหกรรม โดยให้องค์กรสร้างเครือข่ายในการดูแลสิ่งแวดล้อมให้ช่วยกันเฝ้าระวังและป้องกันผลกระทบด้านมลพิษ ทั้งนี้จะต้องมีระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมที่มีประสิทธิภาพที่มุ่งเน้นการจัดการผลของปัญหาควบคู่ไปกับการจัดการสาเหตุของปัญหาเหล่านั้น ซึ่งจะส่งผลในการปรับปรุงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมโดยรวมขององค์กรกระบวนการหลักของระบบการจัดการสิ่งแวดล้อม นับว่าเป็นแนวความคิดเพื่อการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง เป็นการพัฒนาปรับปรุงการดำเนินงานด้านสิ่งแวดล้อมขององค์กรให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และยังสนับสนุนให้โรงงานมีการใช้วัตถุดิบและทรัพยากรธรรมชาติอย่างคุ้มค่าเพื่อลดต้นทุนการผลิต ลดปริมาณของเสียและมลพิษภายในโรงงาน ลดค่าใช้จ่ายในการบำบัดของเสีย รวมทั้งสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับผู้ประกอบการได้

ทั้งนี้อุตสาหกรรม เป็นสิ่งสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ที่สามารถกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน มีการเติบโต และเกิดความก้าวหน้าในการสร้างนวัตกรรมเทคโนโลยีในแขนงต่างๆ แต่สิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือของเสียและสารมลพิษที่ไม่พึงประสงค์ หากไม่มีการจัดการ เมื่อมีการปล่อยสู่สิ่งแวดล้อมจะก่อให้เกิดผลกระทบต่อประชาชนที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงและสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นพืชและสัตว์ ปัญหาด้านผลกระทบของมลพิษจากสถานประกอบการหรือโรงงานเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการ ผู้บริหารท้องถิ่น หน่วยงานราชการ องค์กรภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง ประชาชน และชุมชน ในการบริหารจัดการและเฝ้าระวัง เพื่อป้องกันผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อชีวิต จึงจำเป็นต้องมีการบูรณาการทำงานร่วมกัน

ดังนั้นหากภาคอุตสาหกรรมได้นำแนวคิดนิเวศอุตสาหกรรมมาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาอุตสาหกรรมที่มุ่งเน้นความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม โดยการพัฒนาออกแบบระบบอุตสาหกรรมใหม่ให้คล้ายคลึงกับระบบนิเวศน์ทางธรรมชาตินั้นนับว่าเป็นผลดีอย่างยิ่งสำหรับผู้ประกอบการเองและบุคคลรอบข้าง ฉนั้นแล้วการพัฒนาอุตสาหกรรมในรูปแบบเชิงนิเวศ นับเป็นกลไกที่สำคัญที่สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ โดยสามารถป้องกันมลภาวะได้ตั้งแต่เริ่ม แทนการใช้หลักการบำบัดมลภาวะที่เกิดขึ้นท้ายสุดของกระบวนการผลิต นอกจากนี้การพัฒนาอุตสาหกรรมเชิงนิเวศยังเป็นการสร้างงานและการยกระดับคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ดีขึ้น จึงจะสามารถช่วยให้ผู้ประกอบการ องค์กรหรือหน่อวยงานต่างๆนั้นมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นและสุขภาพที่ดีขึ้นด้วย

Tags :


โลกกำลังประสบกับภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในระดับโลก ปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่า ปัญหามลพิษอุตสาหกรรม บางกรณีเห็นได้ชัดว่ามาจากผลกระทบของอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน กรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือ กรณีของการแพร่ของแก๊สพิษที่เมืองโภปาล (Bhopal) ประเทศอินเดีย ในวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1984 กรณีนี้ทำให้มีคนตายทันทีถึง 20,000 คน นอกจากนี้แล้วยังมีผู้ที่เจ็บป่วยตกค้างอยู่ราว 100,000 – 200,000 คน น่าเศร้าที่บัดนี้ คดีความก็ยังค้างคากันอยู่ และการเยียวยาก็ยังไม่เป็นไปอย่างเต็มที่ การประท้วงของประชาชนทั้งที่ได้รับผลกระทบและที่เห็นใจยังคงมีอยู่ร่ำไป เหตุที่ต้องยกเรื่องนี้มาเป็นอุทธาหรณ์เสียแต่ต้นก็เนื่องด้วยต้องการแสดงว่า ความเสียหายอันเกิดจากภาคธุรกิจนั้น อย่างร้ายที่สุด กระทบถึงชีวิตผู้คนได้อย่างไร และพร้อมกันนั้นเอง ก็น่าจะปลุกเป็นแรงใจให้ธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

ปัญหาโลกร้อนกับโยงใยของความรับผิดชอบ
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกหรือที่เรียกกันอย่างสั้นว่าโลกร้อน เกิดจากน้ำมือมนุษย์ เป็นผลมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก ทำให้มีก๊าซเรือนกระจกสะสมในชั้นบรรยากาศมากเกินไปในกระบวนการตามธรรมชาติ และก๊าซนี้เองที่ทำให้รังสีความร้อนไม่สามารถกระจายกลับไปยังอวกาศ และสะท้อนกลับมายังโลกมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส เรียกว่า “สภาวะเรือนกระจก” กรณีนี้เป็นตัวอย่างของความเสี่ยงเฉพาะในสังคมสมัยใหม่ ที่ความเสี่ยงนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติแต่อย่างเดียว แต่ว่าความเสี่ยงเกิดจากการผลิตสร้างของมนุษย์ ด้วย ผลกระทบของสภาวะโลกร้อน พอสรุปได้ดังนี้
1.การเกิดโรคระบาดจากโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ ทำให้เกิดโรคระบาดเนื่องจากเป็นพาหะนำเชื้อโรค เช่น หนู ค้างคาว นก ยุง และแมลงต่างๆ สัตว์เหล่านี้นำเชื้อโรคเข้ามาอยู่ใกล้มนุษย์ ซึ่งสามารถแพร่เชื้อโรคไปสู่คนได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่บางพื้นที่มีความอบอุ่นมากขึ้น และมีความชื้นมากขึ้น จึงทำให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อและพาหะได้เป็นอย่างดี
2.ความสมบูรณ์ของทรัพยากรทะเลและชายฝั่งลดลง อันเนื่องมาจากระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง  การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและฤดูกาลที่แปรปรวนไปทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น ส่งผลต่อการวางไข่ของปลา ส่งผลให้ปริมาณสัตว์ทะเลที่ลดน้อยลง
3.การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางด้านอาหาร ในพื้นที่เขตอบอุ่นนั้น องค์ประกอบและการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตตามพื้นที่ จะเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองต่อปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นใหม่ การเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ต่างๆอาจไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอาจสูญพันธุ์ไป นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อนยังมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำฝนและรูปแบบการตกของฝนในพื้นที่ต่างๆด้วย
4.ภัยพิบัติน้ำท่วม แผ่นดินถล่ม ภัยแล้ง และพายุโซนร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพของภูมิอากาศโลก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความแปรปรวนของฤดูกาล เกิดการแปรปรวนของฝนทั้งปี ช่วงฤดูร้อนยาวกว่าในอดีต ทำให้ในปัจจุบัน ประชากรทั่วโลกกำลังถูกบีบให้ปรับตัวต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกเขา โดยเฉพาะ ประชากรที่อาศัยอยู่ในจุดที่จะมีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าส่วนอื่นๆ เช่น ชาวนา ชุมชนสลัม และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแถบชายฝั่ง โดยความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนี้ มีพลังมหาศาลต่อการพัฒนามนุษย์ในอนาคต
5.ความเสียหายต่อทรัพย์สินและโอกาสของมนุษย์ อันเนื่องมาจากภัยพิบัติที่เกิดจากภาวะโลกร้อนนั้น ไม่ว่าจะเป็นความแห้งแล้ง น้ำท่วม พายุและเหตุการณ์อื่นๆ ได้ส่งผลเสียต่อผลผลิต รายได้ และทรัพย์สิน ผู้ที่ยากจนนั้นจึงสูญเสียรายได้และต้องลดการใช้จ่าย และผลกระทบในระยะยาวคือ การส่งผลเสียต่อการพัฒนามนุษย์ การค้าต่างๆ ถูกบีบบังคับโดยขึ้นกับความรุนแรงของภูมิอากาศและความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ เพศ และความไม่เท่าเทียมกันในด้านอื่นๆ ตัวอย่างเช่น
5.1 สารอาหาร ภัยพิบัติ เช่น ภัยแล้งและน้ำท่วมส่งผลกระทบอย่างมากในเรื่องของสารอาหาร ราคาสูงขึ้นและภาวะการจ้างงานถดถอย ความเสื่อมโทรมของอาหารก่อให้เกิดหลักฐานที่จัดการกับยุทธศาสตร์ที่กำลังล้มเหลว ภาวะปัญหาการขาดการอาหารนี้เกิดขึ้นในโซนแอฟริกา[3] เคนยา และในอีกหลายๆประเทศ
5.2 การศึกษา ในครอบครัวที่ยากจนนั้น เด็กจะต้องเข้ามาเป็นแรงงานร่วมด้วย แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะปกติ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภัยแล้ง จึงเพิ่มปริมาณแรงงานเด็กมากเพิ่มขึ้น เช่น ประเทศบังคลาเทศและอินเดีย[4] เด็กที่ยากจนจะต้องเข้าทำงานในฟาร์มเพื่อแลกเปลี่ยนกับอาหารในภาวะขาดแคลน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว โอกาสที่เด็กจะได้รับการศึกษาจะลดลง
5.3 สุขภาพ ความเสียหายจากอาหารและรายได้ที่ลดลงก่อให้เกิดผลเสียที่ตามมา คือ การเสียสุขภาพง่ายมากขึ้นเพราะร่างกายไม่แข็งแรง และมีทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะเข้ารับการรักษา ภาวะน้ำท่วมและภัยแล้งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่หลากหลาย เช่น การท้องเสียในเด็ก ปัญหาเรื่องผิว ในประเทศเม๊กซิโก[5]นั้น ช่วงปี พ.ศ. 2541-2543 เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ป่วยด้วยความทรมานจากภูมิอากาศ

วิกฤตโลกร้อน ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง แต่กระนั้น หากใช้ปัญญามองอย่างทะลุแจ้งอีกเล็กน้อย จะเห็นได้ว่า ภัยพิบัติจากโลกร้อนนั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนามากกว่าส่วนอื่นใดในโลก โดยนัยยะนี้ จะหมายความว่าเกิดขึ้นในถิ่นที่ไม่ใช่แหล่งของธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยก็ได้ เรื่องนี้เราอาจให้เหตุผลได้ในสองแง่ แง่แรก เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในประเทศซีกโลกใต้มักเป็นไปอย่างรุนแรงกว่า และแง่ที่สอง ระบบสาธารณะสุขพื้นฐาน ระบบการกู้ภัย และอื่นๆ ยังไม่ได้มาตรฐานเท่ากับประเทศซีกโลกเหนือที่พัฒนาแล้ว ที่จริงทั้งสองแง่นี้ก็เสริมกัน

Tags :

9

สถาบันมุ่งส่งเสริมให้การพัฒนาในระดับประเทศและการประกอบการในระดับองค์กรได้รับการขับเคลื่อนบนพื้นฐานของการประหยัดทรัพยากรและลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านมลพิษและของเสียหรือมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สถาบันจึงได้มีส่วนร่วมวิจัยและปฏิบัติงานด้านการพัฒนาขีดความสามารถให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายพัฒนาในระดับมหภาคและการประกอบการในระดับจุลภาคมีแนวทาง ระบบ กระบวนการ เครื่องมือและฐานข้อมูลในการประเมินและพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในกรอบการพัฒนาประเทศและการประกอบการผลงานสำคัญๆ ในรอบ 18 ปี ของสถาบันเพื่อตอบสนองต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม ได้แก่

สถาบันมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 20 ปี (2540-2559) การจัดทำแผนแม่บทการจัดการลุ่มน้ำภาคกลาง แนวทางการบริหารจัดการของเสียของประเทศไทย การจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการมลพิษทางน้ำ การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาตัวชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย เพื่อใช้ประเมินสถานภาพสิ่งแวดล้อมเปรียบเทียบกับผลการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมสถาบันเป็นหน่วยงานแรกที่ทำการศึกษาวิจัยเพื่อนำมาตรการทางเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมมาใช้ในการจัดการมลพิษภายใต้หลักการ “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 จนเป็นที่มาของคำว่า pollution charge และ pollution management fee (PMF) สำหรับมลพิษที่มาจากภาคอุตสาหกรรม

เมื่อการศึกษานี้ได้รับการยอมรับและกำลังผลักดันในทางกฎหมาย สถาบันได้ขยายผลการศึกษาไปถึงการใช้หลักการทางเศรษฐศาสตร์กับการจัดการมลพิษทางอากาศ การจัดการมลพิษจากฟาร์มสุกรและการเกษตร การฟื้นฟูและประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ลักลอบระบายของเสีย (มลพิษทางดินและน้ำใต้ดิน) และศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ใบอนุญาตการระบายมลพิษการจัดทำฐานข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อม (Life Cycle Inventory) ของผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร อุตสาหกรรม ทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า และวัสดุพื้นฐานต่างๆ และการศึกษาผลกระทบของมาตรการสิ่งแวดล้อมในระบบการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาตัวชี้วัดผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมของภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันสถาบันได้มุ่งพัฒนาการจัดทำฐานข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลากหลายมากขึ้นพร้อมๆ กับการพัฒนาแนวทางและวิธีการติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม