โลกกำลังประสบกับภัยพิบัติทางสิ่งแวดล้อมมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะทั้งปัญหาการเปลี่ยนแปลงของสภาพอากาศในระดับโลก ปัญหาการสูญเสียพื้นที่ป่า ปัญหามลพิษอุตสาหกรรม บางกรณีเห็นได้ชัดว่ามาจากผลกระทบของอุตสาหกรรมอย่างชัดเจน กรณีที่ร้ายแรงที่สุดคือ กรณีของการแพร่ของแก๊สพิษที่เมืองโภปาล (Bhopal) ประเทศอินเดีย ในวันที่ 3 ธันวาคม ค.ศ. 1984 กรณีนี้ทำให้มีคนตายทันทีถึง 20,000 คน นอกจากนี้แล้วยังมีผู้ที่เจ็บป่วยตกค้างอยู่ราว 100,000 – 200,000 คน น่าเศร้าที่บัดนี้ คดีความก็ยังค้างคากันอยู่ และการเยียวยาก็ยังไม่เป็นไปอย่างเต็มที่ การประท้วงของประชาชนทั้งที่ได้รับผลกระทบและที่เห็นใจยังคงมีอยู่ร่ำไป เหตุที่ต้องยกเรื่องนี้มาเป็นอุทธาหรณ์เสียแต่ต้นก็เนื่องด้วยต้องการแสดงว่า ความเสียหายอันเกิดจากภาคธุรกิจนั้น อย่างร้ายที่สุด กระทบถึงชีวิตผู้คนได้อย่างไร และพร้อมกันนั้นเอง ก็น่าจะปลุกเป็นแรงใจให้ธุรกิจมีความรับผิดชอบต่อสังคมมากขึ้น

ปัญหาโลกร้อนกับโยงใยของความรับผิดชอบ
เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปแล้วว่า ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศโลกหรือที่เรียกกันอย่างสั้นว่าโลกร้อน เกิดจากน้ำมือมนุษย์ เป็นผลมาจากการปล่อยก๊าซเรือนกระจกจำนวนมาก ทำให้มีก๊าซเรือนกระจกสะสมในชั้นบรรยากาศมากเกินไปในกระบวนการตามธรรมชาติ และก๊าซนี้เองที่ทำให้รังสีความร้อนไม่สามารถกระจายกลับไปยังอวกาศ และสะท้อนกลับมายังโลกมากขึ้น ส่งผลให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น ประมาณ 2-5 องศาเซลเซียส เรียกว่า “สภาวะเรือนกระจก” กรณีนี้เป็นตัวอย่างของความเสี่ยงเฉพาะในสังคมสมัยใหม่ ที่ความเสี่ยงนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นจากธรรมชาติแต่อย่างเดียว แต่ว่าความเสี่ยงเกิดจากการผลิตสร้างของมนุษย์ ด้วย ผลกระทบของสภาวะโลกร้อน พอสรุปได้ดังนี้
1.การเกิดโรคระบาดจากโรคอุบัติใหม่และโรคอุบัติซ้ำ ทำให้เกิดโรคระบาดเนื่องจากเป็นพาหะนำเชื้อโรค เช่น หนู ค้างคาว นก ยุง และแมลงต่างๆ สัตว์เหล่านี้นำเชื้อโรคเข้ามาอยู่ใกล้มนุษย์ ซึ่งสามารถแพร่เชื้อโรคไปสู่คนได้ง่าย สิ่งเหล่านี้เกิดจากการที่บางพื้นที่มีความอบอุ่นมากขึ้น และมีความชื้นมากขึ้น จึงทำให้เป็นแหล่งสะสมเชื้อและพาหะได้เป็นอย่างดี
2.ความสมบูรณ์ของทรัพยากรทะเลและชายฝั่งลดลง อันเนื่องมาจากระบบนิเวศเปลี่ยนแปลง  การเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิและฤดูกาลที่แปรปรวนไปทำให้อุณหภูมิของน้ำทะเลเปลี่ยนแปลงไปด้วย เช่น ส่งผลต่อการวางไข่ของปลา ส่งผลให้ปริมาณสัตว์ทะเลที่ลดน้อยลง
3.การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ และความมั่นคงทางด้านอาหาร ในพื้นที่เขตอบอุ่นนั้น องค์ประกอบและการกระจายตัวของสิ่งมีชีวิตตามพื้นที่ จะเปลี่ยนแปลงเพื่อตอบสนองต่อปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นใหม่ การเจริญเติบโตของพืชและสัตว์ต่างๆอาจไม่สามารถปรับตัวได้ทันกับการเปลี่ยนแปลงอาจสูญพันธุ์ไป นอกจากนี้ ภาวะโลกร้อนยังมีผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของปริมาณน้ำฝนและรูปแบบการตกของฝนในพื้นที่ต่างๆด้วย
4.ภัยพิบัติน้ำท่วม แผ่นดินถล่ม ภัยแล้ง และพายุโซนร้อน การเปลี่ยนแปลงสภาพของภูมิอากาศโลก เป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดความแปรปรวนของฤดูกาล เกิดการแปรปรวนของฝนทั้งปี ช่วงฤดูร้อนยาวกว่าในอดีต ทำให้ในปัจจุบัน ประชากรทั่วโลกกำลังถูกบีบให้ปรับตัวต่อความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศที่จะเกิดขึ้นในชีวิตประจำวันของพวกเขา โดยเฉพาะ ประชากรที่อาศัยอยู่ในจุดที่จะมีโอกาสได้รับผลกระทบมากกว่าส่วนอื่นๆ เช่น ชาวนา ชุมชนสลัม และประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณแถบชายฝั่ง โดยความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นนี้ มีพลังมหาศาลต่อการพัฒนามนุษย์ในอนาคต
5.ความเสียหายต่อทรัพย์สินและโอกาสของมนุษย์ อันเนื่องมาจากภัยพิบัติที่เกิดจากภาวะโลกร้อนนั้น ไม่ว่าจะเป็นความแห้งแล้ง น้ำท่วม พายุและเหตุการณ์อื่นๆ ได้ส่งผลเสียต่อผลผลิต รายได้ และทรัพย์สิน ผู้ที่ยากจนนั้นจึงสูญเสียรายได้และต้องลดการใช้จ่าย และผลกระทบในระยะยาวคือ การส่งผลเสียต่อการพัฒนามนุษย์ การค้าต่างๆ ถูกบีบบังคับโดยขึ้นกับความรุนแรงของภูมิอากาศและความไม่เท่าเทียมกันของรายได้ เพศ และความไม่เท่าเทียมกันในด้านอื่นๆ ตัวอย่างเช่น
5.1 สารอาหาร ภัยพิบัติ เช่น ภัยแล้งและน้ำท่วมส่งผลกระทบอย่างมากในเรื่องของสารอาหาร ราคาสูงขึ้นและภาวะการจ้างงานถดถอย ความเสื่อมโทรมของอาหารก่อให้เกิดหลักฐานที่จัดการกับยุทธศาสตร์ที่กำลังล้มเหลว ภาวะปัญหาการขาดการอาหารนี้เกิดขึ้นในโซนแอฟริกา[3] เคนยา และในอีกหลายๆประเทศ
5.2 การศึกษา ในครอบครัวที่ยากจนนั้น เด็กจะต้องเข้ามาเป็นแรงงานร่วมด้วย แม้ว่าจะอยู่ในสภาวะปกติ เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วการเกิดภัยพิบัติน้ำท่วมและภัยแล้ง จึงเพิ่มปริมาณแรงงานเด็กมากเพิ่มขึ้น เช่น ประเทศบังคลาเทศและอินเดีย[4] เด็กที่ยากจนจะต้องเข้าทำงานในฟาร์มเพื่อแลกเปลี่ยนกับอาหารในภาวะขาดแคลน เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว โอกาสที่เด็กจะได้รับการศึกษาจะลดลง
5.3 สุขภาพ ความเสียหายจากอาหารและรายได้ที่ลดลงก่อให้เกิดผลเสียที่ตามมา คือ การเสียสุขภาพง่ายมากขึ้นเพราะร่างกายไม่แข็งแรง และมีทรัพยากรไม่เพียงพอที่จะเข้ารับการรักษา ภาวะน้ำท่วมและภัยแล้งก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพที่หลากหลาย เช่น การท้องเสียในเด็ก ปัญหาเรื่องผิว ในประเทศเม๊กซิโก[5]นั้น ช่วงปี พ.ศ. 2541-2543 เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี ป่วยด้วยความทรมานจากภูมิอากาศ

วิกฤตโลกร้อน ส่งผลกระทบอย่างไรบ้าง แต่กระนั้น หากใช้ปัญญามองอย่างทะลุแจ้งอีกเล็กน้อย จะเห็นได้ว่า ภัยพิบัติจากโลกร้อนนั้น ส่งผลกระทบต่อประเทศกำลังพัฒนาหรือด้อยพัฒนามากกว่าส่วนอื่นใดในโลก โดยนัยยะนี้ จะหมายความว่าเกิดขึ้นในถิ่นที่ไม่ใช่แหล่งของธุรกิจขนาดใหญ่ด้วยก็ได้ เรื่องนี้เราอาจให้เหตุผลได้ในสองแง่ แง่แรก เป็นเพราะการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศในประเทศซีกโลกใต้มักเป็นไปอย่างรุนแรงกว่า และแง่ที่สอง ระบบสาธารณะสุขพื้นฐาน ระบบการกู้ภัย และอื่นๆ ยังไม่ได้มาตรฐานเท่ากับประเทศซีกโลกเหนือที่พัฒนาแล้ว ที่จริงทั้งสองแง่นี้ก็เสริมกัน

Tags :

9

สถาบันมุ่งส่งเสริมให้การพัฒนาในระดับประเทศและการประกอบการในระดับองค์กรได้รับการขับเคลื่อนบนพื้นฐานของการประหยัดทรัพยากรและลดปัญหาสิ่งแวดล้อมด้านมลพิษและของเสียหรือมีการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีในการดำเนินงาน ซึ่งจะช่วยยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สถาบันจึงได้มีส่วนร่วมวิจัยและปฏิบัติงานด้านการพัฒนาขีดความสามารถให้องค์กรที่เกี่ยวข้องกับการกำหนดนโยบายพัฒนาในระดับมหภาคและการประกอบการในระดับจุลภาคมีแนวทาง ระบบ กระบวนการ เครื่องมือและฐานข้อมูลในการประเมินและพัฒนาการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมในกรอบการพัฒนาประเทศและการประกอบการผลงานสำคัญๆ ในรอบ 18 ปี ของสถาบันเพื่อตอบสนองต่อการจัดการสิ่งแวดล้อมเพื่อการพัฒนาประเทศในภาพรวม ได้แก่

สถาบันมีบทบาทสำคัญในการกำหนดนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 20 ปี (2540-2559) การจัดทำแผนแม่บทการจัดการลุ่มน้ำภาคกลาง แนวทางการบริหารจัดการของเสียของประเทศไทย การจัดทำแผนแม่บทบริหารจัดการมลพิษทางน้ำ การจัดทำยุทธศาสตร์ชาติด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาตัวชี้วัดการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศไทย เพื่อใช้ประเมินสถานภาพสิ่งแวดล้อมเปรียบเทียบกับผลการพัฒนาเชิงเศรษฐกิจและสังคมสถาบันเป็นหน่วยงานแรกที่ทำการศึกษาวิจัยเพื่อนำมาตรการทางเศรษฐศาสตร์สิ่งแวดล้อมมาใช้ในการจัดการมลพิษภายใต้หลักการ “ผู้ก่อมลพิษเป็นผู้จ่าย” ตามที่ระบุไว้ในพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535 จนเป็นที่มาของคำว่า pollution charge และ pollution management fee (PMF) สำหรับมลพิษที่มาจากภาคอุตสาหกรรม

เมื่อการศึกษานี้ได้รับการยอมรับและกำลังผลักดันในทางกฎหมาย สถาบันได้ขยายผลการศึกษาไปถึงการใช้หลักการทางเศรษฐศาสตร์กับการจัดการมลพิษทางอากาศ การจัดการมลพิษจากฟาร์มสุกรและการเกษตร การฟื้นฟูและประเมินความเสียหายต่อสิ่งแวดล้อมสำหรับผู้ลักลอบระบายของเสีย (มลพิษทางดินและน้ำใต้ดิน) และศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้ใบอนุญาตการระบายมลพิษการจัดทำฐานข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อม (Life Cycle Inventory) ของผลิตภัณฑ์ด้านการเกษตร อุตสาหกรรม ทรัพยากรน้ำ ไฟฟ้า และวัสดุพื้นฐานต่างๆ และการศึกษาผลกระทบของมาตรการสิ่งแวดล้อมในระบบการค้าระหว่างประเทศ การพัฒนาตัวชี้วัดผลประกอบการด้านสิ่งแวดล้อมของภาคอุตสาหกรรม ปัจจุบันสถาบันได้มุ่งพัฒนาการจัดทำฐานข้อมูลบัญชีรายการสิ่งแวดล้อม เพื่อให้ครอบคลุมผลิตภัณฑ์ต่างๆ ได้หลากหลายมากขึ้นพร้อมๆ กับการพัฒนาแนวทางและวิธีการติดตามและประเมินผลการบริหารจัดการสิ่งแวดล้อม

การจัดการสิ่งแวดล้อมผ่านคู่ค้าทางธุรกิจนอกจากจะให้ประโยชน์โดยตรงแก่ผู้ดำเนินการ คือ ซัพพลายเออร์และผู้ผลิตสินค้าแล้ว ยังให้ประโยชน์ต่อผู้บริโภคสินค้า และเอื้อประโยชน์ทางอ้อมแก่การใช้ทรัพยากรและสิ่งแวดล้อมของประเทศ ดังนี้

1.สามารถช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการลดต้นทุนการผลิต ที่เกิดจากการที่ค่าใช้จ่ายในการจัดการสิ่งแวดล้อมของผู้ผลิตลดลง โดยการร่วมมือกันปรับปรุงกระบวนการ ผลิตภัณฑ์ รวมทั้งการ ช่วยลดการใช้ทรัพยากรในกระบวนการผลิตเนื่องจากซัพพลายเออร์ต้องมีการจัดการ ใช้ทรัพยากรและพลังงานที่ใช้ในการป้องกันมลพิษอันเกิดจากกระบวนการผลิต เป็นการลดต้นทุนการผลิตซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ ส่งผลให้อุตสาหกรรมสามารถลดปริมาณของเสียในการใช้วัตถุดิบจากซัพพลายเออร์ ที่มีการคำนึงถึงสิ่งแวดล้อมแล้ว จะทำให้ผลิตภัณฑ์ของอุตสาหกรรมนั้น ๆ สามารถลดการใช้ทรัพยากรและมลพิษตลอดจนเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตให้แก่ อุตสาหกรรมได้อีกด้วย

2. เพิ่มมูลค่าสินค้าให้แก่ผู้ซื้อและเพิ่มยอดขายให้แก่ผู้ผลิต เป็นการแสดงถึงความรับผิดชอบและการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีของผู้ผลิตซึ่ง สามารถสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคในตัวสินค้าและบริการและยังช่วยเพิ่ม มูลค่าให้กับสินค้าที่มีความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นยังช่วยส่งเสริมในการทำการค้าระหว่างประเทศให้กับผู้ผลิตสินค้า โดยเฉพาะอย่างยิ่งการทำการค้ากับประเทศญี่ปุ่นและประชาคมยุโรปซึ่งเป็นกลุ่ม ผู้ซื้อที่ให้ความสำคัญด้านสิ่งแวดล้อมเป็นอย่างมาก ซึ่งจะช่วยให้ผู้ผลิตสามารถขยายตลาดและมียอดขายที่เพิ่มขึ้น

3. สามารถจัดการความเสี่ยงด้านสิ่งแวดล้อม
การสร้างความร่วมมือในการจัดการสิ่งแวดล้อมระหว่างบริษัทผู้ซื้อสินค้าและซัพพลายเออร์ เป็นการปอ้งกันปัญหาด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทคู่ค้า (ผู้ซื้อสินค้าและซัพพลายเออร์) ที่อาจจะเกิขึ้นในอนาคตแม้ว่า ยังไม่ได้มีการกำหนดเป็นมาตรการในการทำการค้าระหว่างประเทศ แต่การที่ผู้ผลิตมีการนำหลักการนี้ไปประยุกต์ใช้จะเป็นการเตรียมความพร้อมของผู้ผลิตสินค้า และสามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือในการบริหารการจัดการสิ่งแวดล้อมที่ดีให้แก่ผู้ผลิตสินค้าต่อเวทีการค้าโลกได้

4. เป็นการสร้างความร่วมมือระหว่างบริษัทผู้ซื้อสินค้าและซัพพลายเออร์
ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์และคุณภาพของผลิตภัณฑ์ให้ดีขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนที่สามารถลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมที่อาจเกิดขึ้น จากกระบวนการผลิตสินค้า จากการใช้ผลิตภัณฑ์ และผู้บริโภคได้ใช้สินค้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

5. ปกป้องชื่อเสียงและสร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อตราสัญลักษณ์สินค้าของบริษัท
เนื่องจากการดำเนินการจัดการสิ่งแวดล้อมผ่านคู่ค้าทางธุรกิจจะช่วยเสริมภาพ พจน์ที่ดีด้านสิ่งแวดล้อมให้แก่ธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นการได้รับการรับรองมาตรฐานการจัดการสิ่งแวดล้ม ISO 14001 หรือการได้รับการรับรองสินค้า(ฉลากเขียว)  ยังก่อให้เกิดกลุ่มลูกค้าที่มีความภักดีกับตราสัญลักษณ์ของสินค้าเนื่องจาก ความไว้วางใจในคุณภาพและความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Tags :

ภาวะแวดล้อมหรือปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการดำเนินธุรกิจและต่อระบบการตลาดเป็นอย่างมาก แต่ละหน่วยงานและองค์การธุรกิจไม่สามารถควบคุมการเพิ่มขึ้นหรือลดลงได้เลย

องค์การธุรกิจมีบทบาทและผลกระทบต่อสภาวะแวดล้อมในสภาพเดียวกันสภาวะแวดล้อมมีบทบาทและอิทธิพลต่อองค์การธุรกิจในลักษณะต่างๆ กันหลายรูปแบบซึ่งขึ้นอยู่กับความต้องการและระดับของสังคม ชนิดและสภาพของสิ่งแวดล้อมนั้นสภาพแวดล้อมขององค์การธุรกิจสามารถแบ่งออกเป็น 8 ประการ ได้แก่

1. สภาวะแวดล้อมทางสังคม องค์การธุรกิจอยู่ในสังคม อยู่ท่ามกลางกลุ่มบุคคลต่าง ๆ จะต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคม จากผลกระทบของพนักงานจากมลภาวะที่เกิดจากการทำงาน จากคุณภาพของสินค้าที่อาจก่อให้เกิดอันตรายซึ่งขึ้นอยุ่กับคุณภาพชีวิตของบุคคลในสังคคมนั้น

2. สภาวะแวดล้อมทางกฎหมายแต่ละประเทศต่างออกกฎหมายในรูปของพระราชบัญญัติและระเบียบข้อบังคับ เพื่อควบคุมและอำนวยความสะดวกในการประกอบการธุรกิจในด้านความผาสุขและความปลอดภัยของประชาชน เช่น พระราชบัญญัติโรงงาน พระราชบัญญัติควบคุมสารเป็นพิษและวัตถุระเบิด ในด้านความเป็นธรรมและป้องกันการผูกขาดเช่น พระราชบัญญัติแรงงาน พระราชบัญญัติควบคุมการค้ากำไรเกินควร

3. สภาวะแวดล้อมทางเศรษฐกิจ สภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในปัจจุบันไม่มั่นคง เศรษฐกิจอยู่ในระยะถดถ้อย เงินตราไหลออกนอกประเทศ ค่าของเงินบาทลอยตัวส่งผลกระทบต่อองค์การธุรกิจเป็นอย่างมาก ในภาวะเงินเฟ้อ เงินฝืด เงินตึงตัวทำให้ธุรกิจเกิดปัญหาเงินหมุนเวียนไม่สมดุล ขาดความเชื่อถือ ในด้านการเงิน ค่าของเงินบาทลดลงส่งผลกระทบต่อการซื้อขายสินค้ากับต่างประเทศ ทำให้ประเทศขาดดุลการค้า สถานะการณ์ขององค์การธุรกิจ ต้องปรับตัวโดยลดเงินเดือนพนักงานหรือให้ออกจากงาน ถ้าถึงขั้นร้ายแรงต้องปิดกิจการ ส่งผลกระทบถึงประชาชนในรูปของการเสียภาษีมูลค่าเพิ่มจากร้อยละ 7 เป็นร้อยละ 10 เพื่อรักษาสภาพสมดุลของงบประมาณค่าใช้จ่ายประจำปีของประเทศ

4. สภาวะแวดล้อมทางการเมือง การเมืองส่งผลกระทบต่อนโยบายการค้าประกอบธุรกิจของประเทศ โดยเฉพาะประเทศไทยซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาลแบบผสมผสานพรรคบ่อย ๆ เมื่อการเมืองไม่มั่นคง ทำให้ต่างชาติขาดความเชื่อถือ ส่งผลกระทบต่อธุรกิจบ่อยเช่น สินค้าบางอย่างต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้น ธุรกิจบางชนิดถูกควบคุมโดยเพิ่มหลักเกณฑ์มากขึ้น เศรษฐกิจชะงักเนื่องจากเงินตราไหลออกนอกประเทศ

5. สภาวะแวดล้อมทางเทคโนโลยี ปัจจุบันเป็นยุคความก้าวหน้าของเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อทิศทางและความก้าวหน้าขององค์การธุรกิจ เช่น การนำเทคโนโลยี เครื่องมืออุปกรณ์ที่ทันสมัยมาใช้แทนแรงงานของคน ส่งผลกระทบให้องค์การต้องลดจำนวนพนักงานลงและต้องเพิ่มประสิทธิภาพพนักงานที่เหลือ ให้รู้จักใช้เครื่องมือเทคโนโลยีชนิดใหม่ มาตรการเหล่านี้จะส่งผลกระทบไปถึงสถานที่ ห้องทำงานลักษณะงาน ค่าจ้าง และสวัสดิการต่าง ๆ

6. สภาวะแวดล้อมด้านลูกค้า ลูกค้าเป็นผู้มีพระคุณ เปรียบเสมือนพระเจ้าที่ผู้ผลิตหรือผู้ให้บริการ จะต้องคอยรับใช้บริการอย่างจริงใจ ติดตามรสนิยมการเปลี่ยนของผู้บริโภคอุปโภคเพื่อรักษาปริมาณมาตรฐานและคุณภาพสินค้า คอยปรับกลยุทธ์การตลาดและป้องการการแทรกแซงองค์การคู่แข่งขัน

7. องค์การคู่แข่งขัน มีอยู่ทั่วไปทั้งในและต่างประเทศ การประกอบธุรกิจชนิดใด ที่มีโอกาสที่จะแสวงหากำไรได้มากและไม่มีข้อจำกัดหรือการเสี่ยงภัยมากนักจะมีแนวโน้มของบริษัทคู่แข่งขันเพิ่มมากขึ้น การมีคู่แข่งขันมาก มีทั้งข้อดีและข้อเสีย ข้อดีทำให้บริษัทเดิมมีความตื่นตัวสนใจในเทคโนโลยี และการบริการลูกค้าอยู่ตลอดเวลา ข้อเสีย ถ้าบริษัทคู่แข่งขันมีความก้าวหน้ากว่า แย่งลูกค้าไปได้หมด อาจทำให้บริษัทเดิมต้องปิดกิจการ

8. สมาคมธุรกิจต่าง ๆ การมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และมีจุดมุ่งหมายร่วมกัน รวมตัวกันเป็นสมาคม ช่วยกันรักษาผลประโยชน์ที่ถูกต้องของสมาชิกและการส่งเสริมทางด้านวิชาการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ จะส่งผลให้การประกอบธุรกิจชนิดนั้นมีความเจริญก้าวหน้า สภาวะแวดล้อมต่าง ๆ ที่อยู่รอบองค์การธุรกิจ มิได้หยุดนึ่งอยู่กับที่แต่จะมีการเคลื่อนไหว เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ผลของการเปลี่ยนแปลงของสภาวแวดล้อม อาจส่งผล กระทบต่อองค์การมากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่กรณี ผู้จัดการและคณะผู้บริหารจะต้องคอยศึกษาวิเคราะห์ ติดตาม ปรับปรุง การธุรกิจของตนให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงและหาวิธี หาข้อมูลใหม่เพื่อปรับตัวให้ทันเวลาหรือไม่สนใจต่อการเปลี่ยนแปลง และมีแนวความคิดว่าผลกระทบจะหมดไปในไม่ช้า

Tags : ,

แนวคิดความร่วมมือในการพัฒนาประเทศด้านสิ่งแวดล้อมเริ่มต้นจากการหารือระหว่างผู้แทนในภาครัฐ ภาคเอกชน ความร่วมมือระหว่างประเทศ ความร่วมมือแบบทวิภาคี องค์กรประชาสังคม สถาบันการศึกษาและธนาคารโลก เอกสารชุดการติดตามสถานการณ์สิ่งแวดล้อมไทย มีส่วนในการระบุประเด็นสำคัญ รวมทั้งปัญหาที่นำมาเป็นพื้นฐานของความร่วมมือในการพัฒนาหระเทศด้านสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้น ยังมีการศึกษาที่ดำเนินการโดยภาคีการพัฒนา ในประเด็นต่างๆ เช่นการกระจายอำนาจกองทุนสิ่งแวดล้อม การประเมินผลกระทบทางสิ่งแวดล้อม (EIA) และการเผยแพร่ข้อมูลสู่สาธารณะที่จะช่วยในการกำหนดนโยบายปฏิรูปของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) ได้เป็นอย่างดี วัตถุประสงค์ของ CDP-E คือการฟื้นฟูคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยสนับสนุนการปฏิรูประยะปานกลาง ด้วยการสร้างขีดความสามารถ การให้ความช่วยเหลือทางวิชาการ การให้คำปรึกษาวิเคราะห์และการลงทุนที่จำเป็นเพื่อแก้ปัญหา และเพื่อตอบสนองต่อวัตถุประสงค์ดังกล่าว ความร่วมมือในการพัฒนาประเทศด้านสิ่งแวดล้อม จึงได้กำหนดองค์ประกอบของงาน เป็น 4 กลุ่ม คือ คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ ขยะมูลฝอยและพันธกรณีด้านสิ่งแวดล้อมสากล นอกจากนั้น ยังมีงานในแนวราบที่กระจายอยู่ในทุกสาขา ได้แก่ กฎระเบียบ องค์กรและกลไก

กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมเป็นหน่วยงานระดับกรมปัจจุบันสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อตั้งเมื่อ พ.ศ. 2535 อันเป็นผลสืบเนื่องมาจากประกาศใช้พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 และยกเลิกพระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2518 พร้อมทั้งยุบสำนักงานคณะกรรมการ สิ่งแวดล้อมแห่งชาติ และปรับปรุงส่วนราชการใหม่เป็น 3 กรม ได้แก่ กรมควบคุมมลพิษ สำนักงานนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อม และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม โดยในส่วนของ กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้โอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารส่วนราชการเดิม คือ กองสนเทศและส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ฝ่ายวิเคราะห์สิ่งแวดล้อมจากภาพถ่ายสังกัดกองนโยบายและแผนสิ่งแวดล้อมและศูนย์วิจัยและฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อม สังกัดกองมาตรฐานคุณภาพสิ่งแวดล้อม พร้อมทั้งตราพระราชกฤษฎีกาแบ่งส่วนราชการใหม่ ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม คือ พระราชกฤษฎีกาการแบ่งส่วนราชการใหม่ ของกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 ต่อมาในปี พ.ศ.2545 ได้มีการปรับปรุงแบ่งส่วนราชการใหม่อีกครั้งหนึ่ง ทำให้กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมได้ถูกโอนย้ายไปสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

Tags :